โหมโรงเพลงไอยเรศร์
ในกระบวนเพลงโหมโรงทั้งหมด
เพลงไอยเรศร์เป็นเพลงโหมโรงที่จัดว่ายอดเยี่ยมที่สุด ไม่มีเพลงใดสู้ได้เลย
ทั้งทางสำนวนทำนองและวิธีดำเนินลีลา ยิ่งกว่านั้น
เพลงไอยเรศร์ยังเป็นเพลงที่ให้ความสะดวกและเปิดหนทางให้เครื่องดนตรีทุกชนิดหาความไพเราะได้มาก
เนื่องจากความดีของเพลงไอยเรศร์ดังกล่าวมาแล้ว
จึงมีวงดนตรีนำไปใช้บรรเลงกันอย่างแพร่หลาย จนเรียกได้ว่า จืด
แต่ก็ดูเหมือนจะจืดแต่เพียงชื่อ เท่านั้น หากบรรเลงขึ้นเมื่อใด
ก็ไพเราะน่าฟังทุกครั้ง ส่วนผู้แต่งเพลงนี้ ยังไม่ทราบ ว่าเป็นท่านผู้ใด
ทราบแต่ว่าคิดขึ้นจากเพลงในเรื่องเพลงฉิ่งแบบหนึ่ง ซึ่งมีเพลง
ไอยเรศร์ชูงา-ไอยราชูงวง ช้างประสานงา และช้างต่อช้างตั้ง
เข้าใจว่ามีมาแต่ครั้งปลายรัชกาลที่ 3 แต่ไม่ทราบนามคณาจารย์ผู้แต่ง
ซึ่งได้แต่งเพลงไอยเรศร์ 3 ชั้น มาเป็นเพลงโหมโรงเสภา
โดยมากมักมีผู้นำเพลงขับร้องธรรมดามาดัดแปลงให้เป็นเพลงโหมโรง อาทิ
เพลงแปดบท, เพลงเทพนม, เพลงทะแย ฯลฯ แต่ก็มีเพลงโหมโรงบางเพลง เช่น
เพลงไอยเรศร์ที่เป็นเพลงโหมโรงแท้ ๆ ซึ่งมีผู้นิยมทั้งบรรเลงและฟัง
ได้นำมาแปลงให้เป็นเพลงขับร้องธรรมดา โดยคิดทางขับร้องส่งโดยเฉพาะในราว พ.ศ.
2475 โดยใช้เนื้อร้องตอนหนึ่งในบทละครเรื่องอิเหนา พระราชนิพนธ์รัชกาลที่ 2
ตอนอิเหนาหรือนายโจรปันหยีลาเพศพรตและยกขบวนไพร่พลออกเดินทางจากเขตเขาปัจจาหงันมุ่งหน้าไปยังเมืองกาหลัง
ชมธรรมชาติป่าไปตามทาง
บทร้อง ไอยเรศร์ 3 ชั้น
ชมสัตว์จัตุบาทนานา เกลื่อนกลาดดาษดาพนาลัย
อ้อยช้างเป็นลอยช้างชัก กิ่งก้านรานหักลงใหม่ใหม่
หูกวางกวางกินระบัดใบ แล้วเล่นโลดโดดไล่ลองเชิง
ชงโคโคเข้าอยู่เงาร่ม ตามติดชิดชมถึกเถลิง
ตาเสือเสือซุ่มอยู่ซุ้มเชิง ทหารยิงวิ่งเปิงเข้าป่าไป
ซุ้มหมูหมูหยุดยืนเบียด เห็นตัวกลัวเกลียดไม่เข้าใกล้
พระเร่งพหลพลไกร มาในพนมพนาวัน ฯ
นอกจากนี้ ยังมีเพลงครอบจักรวาล เพลงแปดบท เพลงเทพนม ที่มีผู้นำมาเป็นเพลงร้องส่ง
โหมโรงไอยเรศ
ไอยเรศ 3 ชั้น